ปัญหาของคุณแม่มือใหม่ กับวิธีการแก้ไข จากประสบการณ์ตรงของเราสองคน มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ สำหรับคุณแม่ที่พึ่งตั้งครรภ์ แล้วไม่รู้ว่าอาการต่างๆมันคืออะไร เป็นยังไง แก้ยังไง
ถ้าลูกถามว่าการข่มขืนคืออะไร จะตอบยังไง
#คุยกับลูกเรื่องข่าวข่มขืน
"ตอนนี้มีข่าวเรื่องข่มขืนทุกวันเลย ลูกสาววัย 7 ขวบ ถามว่าข่มขืนคืออะไร เราจะตอบยังไงดีคะ"
คำถามที่พ่อแม่คงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ว่าจะตอบอะไรแค่ไหนดี แต่จริงๆ มันอาจจะเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้คุยเรื่องที่สำคัญนี้กับลูก
หมอมีคำแนะนำดังนี้นะคะ...
1. สอนลูกทั้งหญิง ชาย เพศหลากหลาย ไม่ใช่สอนกับลูกสาวเพียงเท่านั้น เพราะการล่วงละเมิด จะเกิดกับใครและเพศใดก็ได้
2. ไม่ต้องบอกรายละเอียดของการข่มขืน แต่เน้นไปที่การ "ละเมิดสิทธิ" ใช้ประโยค เช่น "มีบางคนเข้ามายุ่งกับร่างกายของเรา โดยที่เราไม่เต็มใจ และไม่อยากให้ทำ เช่น บางคนมาจับหน้าอก จับอวัยวะเพศ หรือบางทีก็ให้เราไปจับของเค้าโดยที่เราไม่ยินยอม"
3. สอนลูกเรื่อง "สิทธิในร่างกายตนเอง" ลูกเป็นเจ้าของร่างกายตนเอง มีสิทธิปฏิเสธ ไม่ให้ใครมาวุ่นวาย ไม่มีใครมีสิทธิในร่างกายเราโดยที่เรารู้สึกไม่เต็มใจ
4. เลี่ยงการพูดเรื่อง "คนเหล่านี้ต้องถูกลงโทษ" ถูกเอาเข้าคุก ถูกประหารชีวิต เพราะทราบมั้ยคะ ร้อยละเกือบ 80 ของคดีล่วงละเมิดทางเพศในเด็กและเยาวชน "เกิดจากคนใกล้ชิด" การพูดว่าคนเหล่านี้ต้องถูกลงโทษ หลายครั้งทำให้เด็กที่ตกเป็นเหยื่อ ไม่กล้าบอกใคร ด้วยความกลัวเรื่องร้ายจะเกิดกับคนในครอบครัว บอกลูกแค่คนเหล่านี้ต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือ ให้ไม่กระทำความผิดอีก
5. บอกลูกเสมอ ไม่ว่าจะอย่างไร "การถูกข่มขืน ไม่ใช่ความผิดของผู้ถูกกระทำ" ไม่ใช่ความผิดของการแต่งตัวไม่เรียบร้อย ใส่ขาสั้น เมาหรือไม่ดูแลตัวเองให้ดี "ไม่มีใครมีสิทธิที่จะข่มขืนหรือละเมิดใคร" ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรก็ตาม
6. บอกลูกว่าพ่อแม่จะอยู่กับลูกเสมอ ถ้ามีใครมาทำอะไรที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดใจ ให้บอกพ่อแม่ได้ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นใครก็ตาม
7. ข้อนี้ขอกาสามดาว *** ไม่บังคับให้ลูกกอดหอมใคร หรือให้ใครมากอดหอมลูก โดยที่ลูกรู้สึกไม่เต็มใจ ลูกจะสับสนในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ และไม่แน่ใจในสิทธิของร่างกายตนเอง
8. สอนทักษะการเอาตัวรอด การปฏิเสธ การหลีกเลี่ยงพื้นที่ไม่ปลอดภัย การขอความช่วยเหลือ ฯลฯ
9. ในเด็กโต เช่น วัยรุ่น พ่อแม่ควรพูดคุยกับลูก ถึงเรื่องสัมพันธภาพที่ปลอดภัย สัญญาณอันตรายที่อาจทำให้มีความเสี่ยง เพศสัมพันธ์ที่เต็มใจ ทักษะชีวิต ทักษะปฏิเสธและการขอความช่วยเหลือ การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดฉุกเฉิน
รักลูก... พูดคุยกับลูกเรื่องเพศตั้งแต่เล็กๆ และทุกครั้งที่มีโอกาสนะคะ และเวลาที่ลูกอยากรู้ นี่ถือเป็นโอกาสทองของการคุยเรื่องเพศทุกครั้ง
#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้พบว่ายิ่งสังคมไม่ปลอดภัย ลูกยิ่งต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ให้ปลอดภัย
*บทความนี้เผยแพร่ซ้ำจากที่เคยเขียนไว้ปีก่อน
เทคนิค วิธีการกินยายากทำยังไง ง่ายๆ ใน 1 2 3 แม้ยาขมก็ไม่กลัว วิธีทำให้ล...
วิธีการกินยา ที่ขมๆ ให้ง่ายขึ้น เป็นแนวทางเผื่อ คุณพ่อคุณแม่นำไปปรับใช้ได้
ลองดูนะ
อย่าลืมกดติดตามกันด้วยนะ ตาม LINK นี้เลย
ภรรยาประธานาธิบดีสีจิ้นผิง (เผิงลี่หยวน) ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องคะแนนสอบเอ็น...
ภรรยาประธานาธิบดีสีจิ้นผิง (เผิงลี่หยวน) ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องคะแนนสอบเอ็นทรานซ์ ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการศึกษาของประเทศจีน
คะแนนสอบของลูก ไม่ได้มีความสำคัญเทียบเท่ากับการสอนให้ลูกรู้จักสำนึกในบุญคุณ รู้จักเรียนรู้การดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ลูกจะมีทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทอง ผู้ปกครองจะมีวิธีอบรมปลูกฝังอย่างไร การที่จะให้ทรัพย์สินแก่ลูกหลาน ทำไมไม่คิดจะสร้างลูกให้กลายเป็นทรัพย์สินล้ำค่าเล่า นั่นคือการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีของสังคม
ดังนั้นการเก็บสะสมทรัพย์สินมหาศาลให้กับลูกหลานไม่สามารถเทียบเท่ากับการให้ข้อคิดดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตดังต่อไปนี้
1. ลูกรัก...ลูกต้องเรียนรู้ที่จะทำอาหาร นี่ไม่ได้เกี่ยวกับการดูแลปรนนิบัติคนอื่น แต่เมื่อคราที่คนที่รักลูกไม่ได้อยู่ข้างกายลูก ลูกก็จะสามารถดูแลตนเองได้ (อยู่รอดได้ด้วยตนเอง)
2. ลูกรัก...ลูกจะต้องเรียนรู้ที่จะขับรถ นี่ไม่ได้เกี่ยวกับฐานะตำแหน่งหน้าที่ เพราะเช่นนี้แล้ว ลูกก็จะสามารถไปในทุกๆ ที่ลูกอยากไปทุกเวลา ไม่ต้องไปขอร้องใคร (มีอิสระเสรี)
3. ลูกรัก...ลูกจะต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้มาตรฐาน นี่ไม่ได้เกี่ยวกับการรับรองฐานะการศึกษา ในชีวิตคนเราจำเป็นต้องผ่านประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยสัก 3-4 ปี ซึ่งเป็นชีวิตที่ไม่มีเงื่อนไข และเป็นชีวิตที่ได้รับการอบรมบ่มเพาะให้มีสติปัญญา ความนึกคิดและการใช้เหตุผล (เมื่อเข้าไปสู่สังคมก็เสมือนเข้าไปสู่ชีวิตจริง)
4. ลูกรัก...ลูกรู้หรือไม่ ฝากรอยเท้าไกลเท่าไหน จิตใจจะกว้างเท่านั้น เมื่อใจกว้างแล้ว ลูกจึงจะมีความสุข หากเดินไปได้ไม่ไกล ให้หนังสือช่วยพาลูกเดินไป (เปิดกว้างโลกทัศน์ของตนเองโดยอาศัยโลกแห่งความรู้)
5. ลูกรัก...หากโลกนี้เหลือเพียงน้ำสองถ้วย ให้เก็บถ้วยหนึ่งเอาไว้ดื่ม ส่วนอีกถ้วยหนึ่งใช้ทำความสะอาดใบหน้าและชุดชั้นในของลูก (การเห็นคุณค่าของตัวเองไม่เกี่ยวกับความจนความรวย)
6. ลูกรัก...หากฟ้าถล่มทลายลงมา ก็ไม่ต้องร้องไห้ และไม่ต้องบ่นว่าอะไร เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้คนที่รักลูกยิ่งเจ็บปวดใจ ส่วนคนที่เกลียดลูกจะยิ่งได้ใจ (ยอมรับชะตากรรมอย่างสงบ คนที่เรารักจะมีความสุข)
7. ลูกรัก...ต่อให้ต้องกินข้าวคลุกซีอิ๊วขาว ก็ต้องปูผ้าปูโต๊ะที่สะอาด และนั่งลงไปอย่างสง่างาม ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายอย่างใส่ใจในคุณภาพ (มารยาทและสถานการณ์ไม่เกี่ยวข้องกัน)
8. ลูกรัก...เมื่อไปยังสถานที่ไกลๆ จำไว้ว่านอกจากจะต้องนำกล้องถ่ายรูปไปแล้ว ก็ต้องนำปากกาและกระดาษไปด้วย วิวทิวทัศน์นั้นเหมือนกัน แต่อารมณ์ที่ดูวิวทิวทัศน์นั้นไม่สามารถกลับมาซ้ำเหมือนเดิมได้อีก สวี่เสียเค่อ (xu xia ke) นักภูมิศาสตร์ นักเดินทางชาวจีนที่เป็นสวี่เสียเค่อในวันนี้,มิใช่เพราะเดินทางมากที่สุด เขายิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงเพราะการบันทึกเรื่องราวและประสบการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่ได้จากการเดินทางที่ทิ้งไว้ให้กับชนรุ่นหลัง
9. ลูกรัก...ลูกจะต้องมีพื้นที่เป็นของตนเอง ต่อให้มีแค่ 5 ตารางเมตรก็ตาม เพราะตอนที่ลูกทะเลาะกับคนรักและฉุนโกรธเดินออกมา ก็ไม่ถึงกลับร่อนเร่ไปตามถนน พบเจอกับคนไม่ดี สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือเมื่อตอนที่ลูกใจร้อน ก็จะมีสถานที่ที่ทำให้ลูกใจเย็นลงได้ ให้หัวใจของลูกได้พักไว้ในมุมนั้น (อุปนิสัยแบบอิสระ)
10. ลูกรัก...เมื่อตอนยังเด็กจะต้องมีความรู้ เมื่อโตขึ้นจะต้องมีประสบการณ์ ลูกจึงจะมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้าอย่างมีคุณภาพ (อ่านประสบการณ์ของผู้อื่น และหาประสบการณ์ให้กับตนเอง)
11. ลูกรัก...ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ก็จงเป็นคนดีมีเมตตา โปรดจำไว้ว่า การมีจิตใจดี ก็จะทำให้ลูกเป็นผู้ที่ได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย (การคุ้มครองดูแลนี้ไม่ใช่ความร่ำรวยและอำนาจ ทำดีย่อมได้ดีตอบแทน)
12. ลูกรัก...รอยยิ้ม ความสง่างาม ความมั่นใจ นั้นเป็นทรัพย์สินทางจิตใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หากมีสิ่งเหล่านี้ ลูกจะมีทุกสิ่งทุกอย่าง (นี่ก็คือจิตวิญญาณของ "ผู้ดี")