การที่เราจะใช้เครื่องตรวจนั้น ถ้าจะให้แน่ใจว่าผลที่แสดงออกมานั้นตรง
ก่อนอื่นเลยเราต้องเตรียมตัวเราก่อน และก็ตรวจในช่วงเวลาที่เหมาะสม
มีสั้นๆ ง่ายๆ คือ ช่วงที่เหมาะสมคือ ตอนเช้าๆ ปัสสาวะครั้งแรก
เพราะว่าจะมีค่าความแม่นยำที่สุด
อีกอย่างหนึ่ง คือ ต้องประจำเดือนไม่มาเกินสัปดาห์ ก่อน เพราะอาจเป็นไปได้ที่ประจำเดือนจะมาคลาดเคลื่อน และทำให้ผลที่ได้ไม่ถูกต้อง
หรือ ทางออกที่ดีที่สุด คือการไปปรึกษาแพทย์ เพื่อจะได้รับการดูแล อย่างดี และได้รับยาบำรุง ทั้งตัวคุณแม่เอง และ คุณลูกในท้องด้วย
สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับที่ตรวจครรภ์ ยังคงเป็นข้อสงสัยที่ยอดฮิตตลอดกาล
เพราะสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้ก็จะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับอุปกรณ์ชนิดนี้
ซึ่งหลังจากที่ได้รวบรวมข้อสงสัยทั้งหมดก็พอจะสรุปออกมาเป็นข้อ ได้ดังนี้
ที่ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง คืออะไร ?
พอ
จะสรุปง่ายๆได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ตรวจวัดหาระดับฮอร์โมน hCG
(ฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อเข้าสู่ภาวะตั้งครรภ์)โดยการตรวจหาฮอร์โมน
ตัวนี้ จะใช้ปัสสาวะของผู้ตรวจเป็นตัวทดสอบ
ผลการตรวจจะแสดงให้ทราบว่ามีหรือไม่มีฮอร์โมน hCGในร่างกาย
ซึ่งถ้าตรวจพบว่ามีฮอร์โมน hCG ก็เป็นไปได้ว่าอาจกำลังตั้งครรภ์
ที่ตรวจครรภ์มีกี่แบบ ?
ที่ตรวจครรภ์ที่วางขายอยู่ทั่วไป จะมีอยู่ 3 แบบ
1.ที่ตรวจครรภ์
แบบจุ่ม (strip style) ประกอบด้วย แผ่นทดสอบตั้งครรภ์ และถ้วยตวงปัสสาวะ
2.ที่ตรวจครรภ์
แบบหยด หรือ แบบตลับ (Cassette style) ประกอบด้วย ตลับทดสอบตั้งครรภ์, ถ้วยตวงปัสสาวะ และหลอดหยดสำหรับดูดน้ำปัสสาวะ
3.ที่ตรวจครรภ์แบบผ่าน หรือ
แบบปัสสาวะผ่าน (Midstream style) ประกอบด้วย แท่งทดสอบตั้งครรภ์
ที่ตรวจครรภ์ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาของที่ตรวจครรภ์ มีตั้งแต่ 50 บาท ไปจนถึง ร้อยกว่าบาท แล้วแต่ชนิดและยี่ห้อ
ที่ตรวจครรภ์สามารถใช้ได้เมื่อไหร่ ?
หาก
กำลังตั้งครรภ์อยู่ และประจำเดือนไม่มาประมาณ 3 วัน
ก็สามารถใช้ที่ตรวจครรภ์ทำการตรวจได้
(บางยี่ห้อสามารถตรวจได้ตั้งแต่ประจำเดือนไม่มาเพียง 1 วัน)
ใช้ที่ตรวจครรภ์ตรวจช่วงเวลาไหนจึงจะดีที่สุด ?
ปัสสาวะในช่วงเวลาเช้าจะมีฮอร์โมน hcG อยู่ในปริมาณที่สูงที่สุด ดังนั้นช่วงเวลาเช้าจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจ
ใช้ที่ตรวจตั้งครรภ์ว่าไม่ท้อง แต่กลับท้อง ?
สำหรับ
ปัญหานี้อาจจะมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย แต่เท่่าที่พบบ่อยมักจะเกิดจาก
ในช่วง 3 วัน ก่อนวันที่คาดว่าประจำเดือนจะมา
ผู้หญิงแต่ละคนอาจมีระดับฮอร์โมน hCG แตกต่างกัน ไล่ตั้งแต่ ระดับต่ำมาก,
ระดับกลาง หรือ ระดับสูงมาก ซึ่งหากระดับฮอร์โมน hCG
ที่ร่างกายสร้างขึ้นยังคงต่ำกว่าระดับความไวของชุดทดสอบการตั้งครรภ์
ก็จะทำให้ตรวจไม่พบว่ามีการตั้งครรภ์
ดังนั้นจึงควรทำการตรวจตั้งครรภ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 2
โดยให้ทำการทดสอบห่างจากการทดสอบในครั้งแรก 48
ชั่วโมง ด้วยน้ำปัสสาวะครั้งแรกในตอนเช้า
กลับหน้าเดิม