เพิ่มนมแม่ยังไงดี นมแม่ไม่พอให้ลูกกิน

เพิ่มนมแม่ยังไงดี นมแม่ไม่พอให้ลูกกิน

ฉันตั้งใจว่าจะให้นมลูกเองประมาณ 2 ปี แต่คำถามคือ ฉันต้องทำยังไงเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอ ฉันลองหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้และพบวิธีที่จะช่วยคุณแม่ผลิตน้ำนมได้มากขึ้นให้เพียงพอกับความต้องการของลูกน้อย
4 Increase breast milk
เพิ่มนมแม่ยังไงดี นมแม่ไม่พอให้ลูกกิน
กินอย่างสมดุลย์แต่เพิ่มปริมาณ
คุณแม่ที่ให้นมลูกควรจะกินอาหารที่เหมาะสมในปริมาณที่เพียงพอ อาหารที่เหมาะสมในที่นี้หมายถึงอาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ ถ้าคุณหิว ให้กินผลไม้แทนอาหารจานด่วน คุณควรกินมากกว่าปกติเพราะการให้นมลูกต้องใช้พลังงานถึงวันละ 500 แคลอรี่ และไม่ควรคิดถึงเรื่องลดน้ำหนักหรืออดอาหารซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำนมและสุขภาพของตัวคุณเอง
ดื่มของเหลวเยอะๆ
ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นน้ำเปล่าเท่านั้น อาจจะเป็นน้ำผลไม้ นม หรือซุปก็ได้ เพื่อช่วยทดแทนของเหลวที่สูญเสียไป เราแนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1 แกลลอน (3.8 ลิตร) ซุปหรือน้ำแกงสามารถช่วยเพิ่มน้ำนมได้เช่นกัน
กินอาหารเสริม
สมุนไพรพื้นบ้าน เช่น บวบหอม สามารถช่วยเพิ่มน้ำนมได้ คุณแม่ต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นในระหว่างที่ให้นมลูก และควรกินวิตามินเสริมช่วยอีกแรงหนึ่ง
กินข้าวโอ๊ต
มีผลการวิจัยที่ระบุว่าการกินข้าวโอ๊ตต้ม 1 ถ้วยทุกวันจะช่วยเพิ่มน้ำนมได้ บางตำราก็แนะนำให้กินวันละ 2 ถ้วย
พักผ่อนให้เพียงพอ
การอดหลับอดนอนส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำนม พยายามให้นมลูกเป็นระยะสม่ำเสมอ เพราะการดูดของทารกจะช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่ควบคุมการผลิตน้ำนม ยิ่งลูกของคุณต้องการนมมากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะยิ่งผลิตได้มากเท่านั้น พยายามให้นมอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง
ตุนไว้ระหว่างพัก
นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมเพิ่ม แม้ว่าคุณจะให้นมลูกแล้วก็ตาม คุณก็สามารถทำสต็อคเก็บไว้ ลองหาซื้อที่ปั๊มนม หาที่นั่งให้สบาย สัก 1 ชั่วโมงหลังจากให้นมเจ้าตัวเล็กเสร็จก็ปั๊มนมเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อไว้ให้ลูกกินระหว่างที่คุณไปจ่ายตลาดหรือทำงาน
นวดหน้าอก
อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมได้คือการนวดหน้าอกตอนที่คุณไม่ได้ให้นมหรือปั๊มนมอยู่ อาจจะทำระหว่างอาบน้ำ นั่งดูทีวีหรือหรือแม้กระทั่งระหว่างที่กำลังให้นม คุณสามารถทำเองหรือให้คุณสามีช่วยก็ได้
หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด
มีผลวิจัยออกมายืนยันแล้วว่าความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้น้อยลง ดังนั้นคุณจึงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้คุณเครียดหรือทำให้น้อยลง เช่น ถ้างานบ้านทำให้คุณเครียด คุณควรหาแม่บ้านมาช่วย หาพี่เลี้ยงมาช่วยดูเจ้าตัวเล็กบ้างเป็นครั้งคราว หาเวลาพักผ่อน และให้สมาชิกในบ้านช่วยแบ่งเบาหน้าที่อื่น ๆ
งดบุหรี่ งดกาแฟ งดแอลกอฮอล์
คุณควรหลีกเลี่ยงสารเหล่านี้ระหว่างที่ให้นมลูกเพราะมันจะปนเข้าไปในน้ำนมที่คุณให้ลูก จำไว้ว่าลูกจะได้รับทุกอย่างที่คุณกินเข้าไป
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าคุณลองทำตามวิธีเหล่านี้แล้วแต่ยังไม่ได้ผล เราแนะนำให้คุณลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นมบุตรเกี่ยวกับวิธีที่จะช่วยเพิ่มน้ำนมให้คุณค่ะ
บทความจาก

Thasianparent logoเพิ่มนมแม่ยังไงดี นมแม่ไม่พอให้ลูกกิน

ลูกไม่เคี้ยว…กลืนลูกเดียว แก้ยังไงดี

ไม่เคี้ยว…กลืนลูกเดียว!

การให้เด็กๆ กินอาหารเหลวๆ หรือน้ำ ห่วงจะติดคอ ก็เป็นความหวังดีของผู้ใหญ่ค่ะ แต่คำแนะนำเรื่องจัดอาหารตามวัยให้เด็กๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและนักโภชนาการย้ำเสมอว่า

ลูกไม่เคี้ยว…กลืนลูกเดียว แก้ยังไงดี
ลูกไม่เคี้ยว…กลืนลูกเดียว แก้ยังไงดี

ลูกไม่เคี้ยว…กลืนลูกเดียว แก้ยังไงดี


Q: ลูกอายุ 1 ขวบ 7 เดือนไม่ค่อยยอมเคี้ยวเลย จะกลืนท่าเดียว พอป้อนข้าวหรืออาหารเป็นชิ้นๆ จะคายทิ้ง บางทีก็งอแงร้องไห้ เป็นไปได้หรือเปล่าที่ ก่อนหน้านี้เขาจะได้กินอาหารเหลวๆ น้ำๆ เป็นส่วนใหญ่ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
การให้เด็กๆ กินอาหารเหลวๆ หรือน้ำ ห่วงจะติดคอ ก็เป็นความหวังดีของผู้ใหญ่ค่ะ แต่คำแนะนำเรื่องจัดอาหารตามวัยให้เด็กๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและนักโภชนาการย้ำเสมอว่า ต้องปรับให้เนื้ออาหารหยาบขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เด็กใช้ฟันและฝึกการเคี้ยว จนกินอาหารแข็งได้ค่ะ เพราะการเคี้ยวอาหารเป็นทักษะที่ต้องอาศัยประสบการณ์และจะให้เหมาะและฝึก ง่าย ควรฝึกก่อน 1 ขวบแต่หลังจากนั้นก็ยังฝึกได้ค่ะขอเพียงอดทนและให้เวลามากหน่อยค่ะ
ลดความกังวลของคุณลง แล้วมาดูกันว่าจากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ คุณทำอะไรได้บ้างดีกว่าไหมค่ะ
1. เข้าใจ การที่ลูกไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้นั้นไม่ใช่ความผิดของเขา แต่เกิดจากลูกไม่เคยได้รับการฝึกมาก่อนช่วงแรกของการฝึกหากลูกยังไม่ยอม เคี้ยวหรือบ้วนทิ้งนั่นก็เพราะอาจจะไม่คุ้นกับรสสัมผัสแบบใหม่หรือเขาไม่ชอบ เคี้ยว ดังนั้นช่วงแรกๆ ควรจัดอาหารชนิดเดิมประมาณ 3-4 วันเพื่อให้ลูกคุ้นเคยก่อนแล้วค่อยๆเปลี่ยนชนิดอาหาร เช่น ปกติลูกกินแต่โจ๊ก คุณแม่ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นข้าวต้มกับเนื้อสัตว์เพียงชนิดเดียวก่อน แล้วเปลี่ยนชนิดของเนื้อสัตว์ จนลูกคุ้นกับข้าวต้มจึงค่อยเปลี่ยนเป็นข้าวสวยตามลำดับ
2. ให้มีส่วนร่วม ลูกในวัยนี้เริ่มทำอะไรได้ด้วยตัวเองได้แล้ว และบอกความต้องการของตัวเองได้บ้าง เขาควรได้โอกาสมีส่วนร่วมในกิจวัตรประจำวันของเขา ลองคิดดู...พอถึงเวลากินข้าวก็จับเขานั่งบนเก้าอี้แล้วเอาแต่ป้อนให้เสร็จๆ ไป เรื่องกินสำหรับลูกช่างไม่น่าสนุกเอาเสียเลย...คุณว่าไหม....ลองเปลี่ยนเป็น ชวนลูกไปเลือกจานชาม ถือช้อนเอง ตักกับข้าวบ้าง ต้องเลอะเทอะและเหนื่อยเก็บเช็ดกันบ้าง แต่แลกกับลูกรู้สึกดีกับการกิน และไม่ต้องเสียน้ำตากันเวลากินข้าว...ไม่คุ้มหรือ??
3. ให้กำลังใจ ในการฝึกไม่ว่าเรื่องใดๆ การให้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้ว่าในระยะแรก ลูกจะกินได้น้อย ทำหกบ้างสำลักบ้าง การทำท่าตกใจหรือดุลูก เขาอาจไม่ทำอีกหรือยิ่งร้องไห้หนักให้หัวเสียกันไปหมอ คำพูดให้กำลังใจใช้ได้เสมอ เช่น “ไม่เป็นไร ลองใหม่นะ” “คำนี้เล็กหน่อย เคี้ยวได้แน่” และเมื่อลูกเริ่มกินได้ก็อย่าขาดคำชมค่ะ “อะ...เคี้ยวแล้ว ทำได้นี่เรา เห็นแล้วชื่นใจ” บอกความรู้สึกว่าเขาทำให้คุณดีใจขนาดไหน เพื่อเพิ่มความมั่นใจและเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าตัวเล็ก
4. หักดิบ วิธีนี้อาจจะโหดไปหน่อย แต่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ใจแข็งพอ จัดเมนูที่เนื้ออาหารเป็นชิ้น เป็นคำ หยาบขึ้นทุกมื้อไปเลยค่ะ และถ้าลูกไม่กินหรือเอาแต่อมลูกเดียวก็ไม่ต้องป้อนต่อ เก็บอาหารเมื่อถึงเวลา โดยไม่มีอาหารว่าง ของกินเล่น รอเสิร์ฟมื้อต่อไป (คุณแม่รู้หรือไม่ว่าเจ้าตัวน้อยสามารถอดอาหารได้นานถึง 2 วันเชียวนะ) เชื่อว่าถ้าเขาหิวและไม่มีตัวเลือกอื่นจะไม่ยอมกิน ไม่ยอมเคี้ยวได้อย่างไร
5. ปรึกษาคุณหมอ ถ้าลูกของคุณผ่านการฝึกมาสักระยะหนึ่งแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมเคี้ยวสักที แถมมีอาการสำลักทุกครั้งที่คุณป้อนอาหารหยาบ หรือมีน้ำหนักตัวน้อยกว่ามาตรฐาน แบบนี้แนะนำให้พาลูกไปหาคุณหมอเพื่อหาสาเหตุอื่นๆ ดีกว่าค่ะ

ลูกไม่เคี้ยว…กลืนลูกเดียว แก้ยังไงดี

นิตยสาร Real Parenting สนับสนุนเนื้อหา
ภาพประกอบจาก http://www.thinkstockphotos.com/

ลูกมีไข้ ตัวร้อน ไอ มีน้ำมูก ท้องเสีย ไม่ยอมทานนม กลางคืนไม่ค่อยยอมนอน เป็นอะไรน้า

สวัสดีครับ

   ผมมีเรื่องมาเล่า ที่ประสบกับครอบครัวตัวเองครับ

ลูกผมตอนนี้ เก้าเดือนกว่าๆละ แล้วก็ยังกินนมแม่อยู่ครับ

มีทานอาหารต่างๆบ้างแล้ว เช่นข้าวผสมผักปั่น กล้วย

แต่ช่วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมาลูกผมไม่สบาย ไล่อาการตั้งแต่ 

ลูกมีไข้ ตัวร้อน ไอ มีน้ำมูก ท้องเสีย ไม่ยอมทานนม กลางคืนไม่ค่อยยอมนอน เป็นอะไรน้า

รวมๆแล้วก็เป็นเดือน ก็ทำได้แค่กินยาตามหมอสั่ง พอหมดยังไม่หายก็ไปหาใหม่

จนพึ่งรู้ว่าอาการประเภทแบบนี้สำหรับเด็กไม่ถึงขวบ พอเข้าช่วงหน้าร้อน อาการต่างๆจะทยอยมาเอง

ลูกมีไข้ ตัวร้อน ไอ มีน้ำมูก ท้องเสีย ไม่ยอมทานนม กลางคืนไม่ค่อยยอมนอน เป็นอะไรน้า
ลูกมีไข้ ตัวร้อน ไอ มีน้ำมูก ท้องเสีย ไม่ยอมทานนม กลางคืนไม่ค่อยยอมนอน เป็นอะไรน้า


แบบไม่ต้องรับเชิญ จะป้องกันก็ยาก แต่เดี๋ยวพอผ่านช่วงเวลานี้ไป ก็จะหายเอง อันนี้เป็นข้อมูลจาก

เนสเซอรี่ ที่เลี้ยงเด็กมานาน เขาบอกมา เพราะเด็กๆ ที่นั่นก็เป็นหลายคน ทุกๆ ปี เป็นปรกติ

ดังนั้น คุณพ่อ คุณแม่ ทั้งหลายไม่ต้องกังวลใจไป ก็ดูแล ให้ทานยา อย่าตากลม ตากแดด เป่าแอร์

ไปเล่นของเล่นในที่สาธารณะ และก็อย่าลืมให้ดื่มน้ำมากๆๆๆๆๆๆๆ ช่วยได้เยอะจริงๆ

แล้วถ้าเป็นไปได้ถ้ามีน้ำมูกก็คอยดูดออก จะได้ไม่ไปสะสมในคอเป็นเสล็ดในคอลูก ซึ่งเด็กๆ ก็คงยังขากไปเป็นอะครับ

สู้ๆนะครับ ทุกท่าน ช่วงนี้ร้อนๆ ก็รักษาสุขภาพทั้งตัวท่านเอง และ ลูกๆนะครับ

ปล. แต่อาการลูกกลางคืนไม่ยอมนอน บางทีช่วง เก้าเดือนกว่าๆนี้ก็เป็นช่วงที่ฟันกำลังทยอย่ขึ้นก็เป็นได้นะครับ ต้องคอยสังเกตกันเอานะครับ

อยากมีลูกต้องกินอะไร

อยากมีลูกต้องกินอะไร

สำหรับผู้หญิงที่ปรารถนาจะมีเจ้าตัวเล็ก แต่ยังไม่มีสักที ลองดูผลวิจัยต่อไปนี้ 
“กะหล่ำดาว” หรือ “บรัสเซลส์ สเปราท์ส” (brussels sprouts) เป็นผักที่มีประโยชน์สำหรับคู่สามี-ภรรยาที่ต้องการมีลูก เนื่องจากผักชนิดนี้มีกรดโฟลิกสูง ช่วยเสริมภาวะวัยเจริญพันธุ์ให้สมบูรณ์ ลดความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด และลดอัตราเสี่ยงที่ลูกจะคลอดออกมาไม่สมประกอบ
อยากมีลูกต้องกินอะไร
อยากมีลูกต้องกินอะไร

อยากมีลูกต้องกินอะไร

หนังสือพิมพ์โลกวันนี้รายงานว่า  จากการวิจัยล่าสุดพบว่า กะหล่ำดาวเป็นผักที่สามารถช่วยให้คู่สามีภรรยามีลูกได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้กะหล่ำดาวยังอุดมไปด้วยสารไฟโตนิวเทรียนที่ชื่อได-อินโดลิลมีเธน ซึ่งช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายของผู้หญิง ทำให้ภาวะของวัยเจริญพันธุ์ในผู้หญิงเป็นไปอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
นีมา ซาฟวิเดส นักโภชนาการบำบัดของคลินิกวัยเจริญพันธุ์ฮาร์ลีย์ สตรีท กล่าวแนะนำว่า การเพิ่มการบริโภคกะหล่ำดาวมีบทบาทสำคัญมากในการช่วยให้คู่สามี-ภรรยามีลูก ง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ แต่ผักใบเขียวชนิดนี้เป็นอาหารวิเศษสำหรับช่วยให้มีลูกได้จริงๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  สสส. : อยากมีลูกต้องกินอะไร
 
ภาพประกอบจาก www.photos.com : อยากมีลูกต้องกินอะไร

10 สิ่งที่คุณแม่มือใหม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์

10 สิ่งที่คุณแม่มือใหม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์

10 สิ่งที่คุณแม่มือใหม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์

สิ่งที่คุณแม่มือใหม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์

สิ่งที่คุณแม่มือใหม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์




          ว่ากันว่าการมีลูกนั้นเป็นเหมือนห่วงโซ่คล้องใจที่ช่วยให้ ชีวิตคู่สมบูรณ์ แบบมากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงมีคู่รักมากมายหลายคู่ ที่พยายามมีลูกทันที หลังแต่งงาน อย่างไรก็ดี การมีลูกนั้นนอกจากจะต้องเตรียมพร้อมเรื่องความรับผิดชอบเพื่อเป็นพ่อแม่ที่ ดีของเขาแล้ว ในระหว่างที่กำลังท้องก็ต้องดูแลกันให้ดีเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของทั้งแม่ และเด็กด้วย ซึ่งการดูแลตัวเองให้เหมาะสมในช่วงนี้จะมี วิธีการอย่างไรบ้างนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมเคล็ดลับดี ๆ มาฝากคุณแม่มือใหม่กันแล้วค่ะ


1. กินอาหารให้เหมาะสม

          รู้ ๆ กันอยู่ว่าการกินอาหารเป็นเรื่องสำคัญมากแค่ไหน เพราะตอนนี้คุณไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่มีอีกชีวิตอยู่ในตัวคุณด้วย ซึ่งไม่ว่าคุณจะกินอะไรลูกก็จะรับสารอาหารจากคุณโดยตรงทันที ดังนั้นช่วงนี้คุณจึงควรระมัดระวังเรื่องการกินเป็นพิเศษและ กินอาหารให้ครบ ทุกมื้อ อย่าตามใจปาก มากนะคะ

2. ออกกำลังกายบ้าง

          ไม่ ได้หมายความว่าให้หักโหม ออกกำลังกาย หนัก ๆ จนเกิดอันตรายกับลูกในท้องหรอกนะ แต่คุณควรใช้เวลาที่มีออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นเดินเล่นบ้าง เพราะจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ระหว่างคลอดได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ แถมยังช่วยให้คุณและลูกในท้องมี สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ มากขึ้นอีกด้วย

3. ควบคุมน้ำหนักด้วย

          จริง อยู่ว่าช่วงที่ตั้งท้องน้ำหนักของเราก็ต้องเพิ่มกันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่ แล้ว แต่ควรระวังไม่ให้เพิ่มมากเกินไปด้วย เพราะ น้ำหนัก ที่มากเกินไปก็เป็นอันตรายกับแม่และเด็กในท้องได้เช่นกัน ดังนั้นแม้จะอยากกินอาหารบำรุงแค่ไหน ก็ควรควบคุมปริมาณให้พอดีด้วยนะคะ โดยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นควรอยู่ระหว่าง 11 - 15 กิโลกรัมก็พอแล้ว

4. ลดคาเฟอีนลง

 
          ต่อ ให้เป็นคนติดพวก เครื่องดื่มคาเฟอีน มากแค่ไหน อย่างน้อยก็ควรงดชั่วคราวระหว่างที่ยังท้องอยู่ดีกว่านะคะ เพราะมันจะเข้าไป กระตุ้นความดัน รวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจ ส่งผลกระทบต่อ การเติบโตของลูก ในท้องตามไปด้วย เพราะฉะนั้นลองหันมางดของพวกนี้ชั่วคราวเพื่อลูกดีกว่านะคะ

5. ดื่มน้ำให้มาก ๆ
          อย่า คิดว่าการดื่มน้ำไม่สำคัญเด็ดขาด เพราะที่จริงแล้วมันส่งผลกับช่วงตั้งท้องมาก ๆ เลยล่ะ ซึ่งถ้าคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงการเป็นโรคต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคริดสีดวง อ่อนเพลียง่าย ไปจนถึงการคลอดก่อนกำหนดเลยทีเดียว รู้แบบนี้แล้ว คุณแม่มือใหม่ ทั้งหลายก็อย่าลืมหันมาดื่มน้ำเยอะ ๆ ด้วยนะจ๊ะ

6. เลิกบุหรี่ซะ
          การ สูบบุหรี่ช่วงนี้ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงเลยล่ะ เพราะเป็นการทำร้ายลูกโดยตรง ในเมื่อคุณก็รู้อยู่แล้วว่า บุหรี่ นั้นส่งผลเสียกับสุขภาพมากมายแค่ไหน ทั้งก่อมะเร็งแล้วยังก่อให้เกิดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดอีกต่างหาก และในเมื่อมีแต่ผลเสียแบบนี้แล้ว จะสูบต่อไปให้ เสียสุขภาพ อยู่ทำไม ทางที่ดีควรเลิกแบบถาวรไปเลยดีกว่า

7. อารมณ์ดีเข้าไว้
          อารมณ์ ของแม่นั้นส่งผลต่อลูกโดยตรง เพราะแม้จะยังไร้เดียงสาแต่เขาก็สามารถรับรู้ได้เวลาที่แม่ของเขาเศร้าหรือ โกรธ จนพลอยทำให้เขารู้สึกหดหู่ไปด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็พยายามนึกถึงลูกเข้าไว้ แล้ว ปรับอารมณ์ ให้ใจเย็น ๆ ลงนะคะ นอกจากนี้เวลาเครียด ๆ อาจออกไปดูหนังช้อปปิ้งกับเพื่อน ๆ บ้างเพื่อให้ตัวเองอารมณ์ดีขึ้นก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

8. อย่ากินยาที่ไม่คุ้นเด็ดขาด

          ใน ช่วงนี้คุณควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ควรกินยาที่ไม่คุ้นมากนัก เพราะยาบางตัวอาจส่งผลถึงเด็กในท้องได้ ดังนั้นก่อนจะกินยาอะไรควรศึกษาข้อมูลของมันให้ดี และปรึกษาแพทย์ที่คุณฝากครรภ์ไว้ก่อนด้วย เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและลูก

9. งดเครื่องแอลกอฮอลล์

          แม้ จะอยากดื่มฉลองแค่ไหน ช่วงนี้ก็พยายามห้ามใจไว้ก่อนนะคะ เพราะแอลกอฮอลล์ที่คุณดื่มเข้าไปจะเข้าสู่กระแสเลือดและไปถึงลูกน้อยได้ ซึ่งมันจะเป็นพิษกับ ร่างกาย ของเขาจนอาจทำให้เกิด ความผิดปกติในพัฒนาการของ เขาได้ เพราะฉะนั้นลองหันมาฉลองด้วย น้ำผลไม้ ชั่วคราวก็แล้วกันนะจ๊ะ

10. อย่าทำความสะอาด กระบะทรายของแมวเอง


          หากว่า คุณเลี้ยงแมว ก็ควรปล่อยให้หน้าที่ทำความสะอาดกระบะทรายเป็นหน้าที่ของสามีแทน ห้ามทำเองเด็ดขาด เพราะตามกระบะทรายมักมี สารท็อกโซพลาสโมซีสที่เป็นเชื้อโรคอยู่ด้วย และคุณคงไม่อยากให้ ลูกที่ยังไม่แข็งแรง ต้องเสี่ยงกับอันตรายจากมันแน่นอน ดังนั้นถ้ายังอยากเลี้ยงแมวน้อยที่คุณรักต่อไป ก็คงต้องขอให้ สามีเป็นคนทำความสะอาดแทนแล้วล่ะ

          นอก จากที่แนะนำมานี้ คุณแม่ทั้งหลายก็ควรเลือกชุดคลุมท้องให้เหมาะสมเพื่อให้ลูกในท้องผ่อนคลาย ได้มากขึ้น และเพื่อให้ตัวเองสวยมั่นใจในทุก ๆ วันด้วยนะคะ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม :10 สิ่งที่คุณแม่มือใหม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์